ถ้าการอธิบายเรื่องราวหรือเนื้อหาต่างๆเป็นจุดอ่อนของคุณ นี่คือบทความที่คุณห้ามพลาดเด็ดขาด

มีหลายคนที่มีทักษะที่ยอดเยี่ยมในหลายๆเรื่อง

 

แต่สุดท้ายกลับมาตกม้าตายแค่ตรงที่อธิบายไม่ชัดเจน และสุดท้ายภาพลักษณ์กลายเป็นคนที่พูดไม่รู้เรื่อง

สำหรับผมนี่คือข้อหาอุกฉกรรจ์ในวงการขายเลยทีเดียว

 

แค่คุณประมาทนิดเดียวคนฟังอาจจะยัดข้อหาพูดไม่รู้เรื่องนี้ให้กับคุณได้ในพริบตา

เพื่อไม่ให้เสียเวลามาดูวิธีป้องกันและแก้ไขปัญหาที่ว่านี้ใน 3 ขั้นตอนกันครับ

 

1. พูดเป็นข้อๆ

สิ่งหนึ่งที่จะช่วยคุณได้เยอะในเรื่องนี้คือการย่อยเนื้อหาของคุณเป็นข้อๆ

อย่าให้การพูดของคุณต้องเรียงเป็นหน้ากระดาษแบบไม่มีเว้นวรรคหรือเว้นบรรทัดโดยเด็ดขาด

 

การพูดเป็นข้อๆนั้นจะช่วยทั้งตัวคุณและผู้ฟัง

กล่าวคือตัวคุณซึ่งเป็นผู้พูดก็จะรู้สึกง่ายขึ้นเนื่องจากหัวข้อย่อยดูน้อยลง

 

นอกจากนั้นจะทำให้การเน้นประเด็นในแต่ละหัวข้อมีความชัดเจน

ส่วนฝ่ายผู้ฟังก็จะได้รับผลประโยชน์ตรงนี้ด้วย

 

พวกเค้าก็จะรู้สึกว่าเนื้อหาย่อยง่ายขึ้นไม่ยืดยาว

การจับประเด็นในแต่ละหัวข้อก็จะมีแต่ง่ายขึ้น

 

นอกจากนั้นยังช่วยเรื่องการเรียงลำดับก่อนหลังของเนื้อหา

คุณจะเรียงลำดับถูกและไม่พูดวกไปวนมา 

 

การโฟกัสก็จะมีมากกว่าเดิม

เห็นภาพแล้วใช่หรือไม่ครับว่าแค่การแบ่งหัวข้อการพูดเป็นข้อย่อยๆนั้นจะทำให้เราป้องกันอาการพูดไม่รู้เรื่องไปได้เกินครึ่งเลยทีเดียว

 

2. ยกตัวอย่าง

มีอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้การพูดหรืออธิบายของคุณให้กับลูกค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น

วิธีที่ว่าคือ “การยกตัวอย่าง”

 

ลองดูวิธีการอธิบายสองแบบดังต่อไปนี้นะครับ

วิธีแรกใช้การอธิบายอย่างเดียว

“การสอนลูกที่ถูกต้องคือต้องให้เค้าได้เข้าใจว่าทำไมต้องทำในสิ่งที่คุณบอก”

 

กับวิธีที่สองซึ่งมีตัวอย่างเข้ามาประกอบ

“ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณอยากให้เค้าไปเรียนกีฬา คุณควรจะอธิบายด้วยว่าการไปเรียนกีฬานั้นจะทำให้เค้าได้เพื่อนใหม่และการลองเล่นจะทำให้รู้ว่าตกลงชอบหรือไม่ชอบอะไรกันแน่ ซึ่งถ้าลองแล้วไม่ชอบก็จะไม่บังคับให้เรียนอีก”

 

ผมว่าวิธีที่สองซึ่งมีตัวอย่างประกอบนั้นจะทำให้การอธิบายของเราเห็นภาพชัด

กฏสำคัญอีกข้อหนึ่งของยกตัวอย่างคือ “คุณต้องเตรียมตัวก่อน”

 

กล่าวคือต้องมีการวางแผนว่าจะยกตัวอย่างเรื่องไหนเพื่อให้สอดคล้องและเห็นภาพในเรื่องที่คุณอธิบายง่ายที่สุด

ห้ามไปตายเอาดาบหน้าโดยเด็ดขาดเพราะถ้าเราเผลอยกตัวอย่างอะไรที่เห็นภาพไม่ชัดจะยิ่งทำให้เกิดผลเชิงลบ

 

สุดท้ายการยกตัวอย่างนั้นจะทำให้เราเป็นคนที่พูดไม่รู้เรื่องซ้ำซ้อนเข้าไปใหญ่

 

3. สรุป

การสรุปเป็นสิ่งที่ป้องกันการพูดไม่รู้เรื่องได้ดีอีกวิธีหนึ่ง

ก่อนอื่นต้องอธิบายว่า ชุดข้อมูลที่ลูกค้าหรือผู้ฟังจะจำได้หรือให้ความสนใจมากที่สุดคือ “ตอนเริ่มและตอนจบ”

 

ดังนั้นวิธีที่จบให้สวยที่สุดคือการสรุปสิ่งที่คุณพูดมาทั้งหมด

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สอดคล้องกับแผนการพูดเป็นข้อๆ

 

เพราะถ้าตอนอธิบายคุณอธิบายเป็นข้อๆ ตอนที่คุณสรุป การสรุปก็สามารถทำได้เป็นข้อๆเช่นกัน

และนั่นจะทำให้ความเข้าใจดีขึ้นเป็นทวีคูณ

 

ตอนสรุปนั้นให้คุณเลือกแต่ใจความสำคัญที่อยากจะเน้นในแต่ละหัวข้อ

เอาให้คนฟังจำได้แม่นๆก่อนจากกัน

 

และนี่เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะป้องกันไม่ให้คุณเป็นคนที่พูดไม่รู้เรื่องได้อย่างแน่นอน

 

บทสรุป

อาชีพนักขายอย่างไรก็หนีไม่พ้นการที่ต้องพูดหรืออธิบายให้ลูกค้าหรือคนอื่นๆฟังในเรื่องต่างๆ

อย่าให้อาชีพของคุณต้องตกม้าตายเพียงแค่เพราะเราเป็นคนที่พูดไม่รู้เรื่อง

 

วิธีป้องกันง่ายๆมีดังนี้

ข้อแรก แตกเรื่องที่พูดเป็นหัวข้อย่อยๆและเรียงลำดับให้ชัดเจน

ข้อสอง ยกตัวอย่างประกอบโดยเฉพาะเรื่องที่น่าจะเข้าใจยาก ที่สำคัญต้องเตรียมตัวอย่างไปก่อนเสมอโดยไม่ไปตายดาบหน้า

ข้อสุดท้าย ทำสรุปให้ชัดเจนในสิ่งที่พูดไปโดยพยายามสรุปเป็นข้อๆเช่นกัน

 

และวิธีง่ายๆที่ว่านี้จะทำให้การสื่อสารของคุณกับลูกค้าและคนอื่นๆมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างแน่นอนครับ