มีหลายอย่างที่นักขายหลายคนเข้าใจผิด

และความผิดพลาดเหล่านั้นได้ถูกทำซ้ำๆและเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้นักขายส่วนใหญ่ล้มเหลว

 

ด้วยความที่คนส่วนใหญ่มักจะปฏิบัติสิ่งเหล่านี้กัน เลยกลายเป็นทำให้เป็นเหมือนหมอกบังตา

กล่าวคือทำไปโดยไม่รู้ตัวว่านั่นคือความผิดพลาดอันดับต้นๆ

 

ใช่แล้วครับ ในบทความนี้ผมจะมาพูดถึง 3 ความเข้าใจผิดหลักของนักขาย

แนะนำให้ทุกท่านได้ลองอ่านดูและนึกตามว่าเราได้เผลอทำสิ่งที่ผิดพลาดเหล่านี้หรือไม่

 

สละเวลาลองพิจารณาข้อเตือนใจเหล่านี้ดู

แค่หลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดเหล่านี้ก็อาจทำให้คุณขึ้นเป็นนักขายระดับท๊อปได้ทันที

 

มาดูกันทีละข้อเลยครับ

 

 

1. ต้องนำเสนอลื่นไหล

ข้อนี้นักขายส่วนใหญ่เข้าใจผิดมหันต์

คุณเคยได้ยินคำชมประมาณนี้หรือไม่ครับ – “ขายเก่งมากๆเลยคนนี้”

 

คุณคิดว่าคำชมประมาณนี้มีไว้สำหรับนักขายประเภทไหนครับ

ใช่แล้วครับ ส่วนใหญ่คือคำชมสำหรับนักขายที่นำเสนอแบบลื่นไหล สไตล์นำเสนอน้ำไหลไฟดับแบบคล่องสุดๆ

 

อย่าเข้าใจผิดเด็ดขาดนะครับว่านี่คือสิ่งที่ถูกต้อง

แท้จริงแล้ว “ขายเก่ง” อาจไม่ได้หมายความว่า “ขายได้” เสมอไป

 

นักขายที่ยอดเยี่ยมไม่ใช่เป็นคนที่นำเสนอแบบลื่นไหลเสมอไป การที่คุณพูดเก่งนั้นถือว่าเป็นแต้มต่อ

แต่ไม่ได้เป็นเครื่องการันตีใดๆว่าคุณจะประสบความสำเร็จในการขาย

 

ในทางตรงกันข้าม นักขายที่ยอดเยี่ยมคือคนที่เก่งเรื่องการถามคำถามเพื่อค้นหาความต้องการที่แท้จริง

นอกจากนั้นพวกเค้าเป็นนักฟังตัวยง เค้าจะใข้เวลาส่วนใหญ่ในการชักนำให้ลูกค้าเป็นคนพูดและเค้าเป็นคนฟังมากกว่า

 

และสุดท้ายเค้าจึงจะเลือกนำเสนอเฉพาะสิ่งที่ตรงความต้องการของลูกค้าหรือสิ่งที่ช่วยแก้ปัญหาที่ลูกค้ามีอยู่

และนี่คือการนำเสนอที่ดีซึ่งอ่านจะต่างจากการนำเสนอแบบ “ลื่นไหล” อย่างมหาศาล

 

 

2. ต้องรีบปิดให้เร็ว

แน่นอนครับว่าการขายที่ดีคือต้อง “ปิดให้ได้”

ต่อให้นำเสนอเก่งแค่ไหน แต่ถ้าปิดไม่ลงก็เท่านั้น ดังนั้นนักขายหลายคนจึงเผลอทำข้อผิดพลาดบางอย่างขึ้น

 

ซึ่งข้อผิดพลาดที่ว่านั้นคือ “การรีบปิดจนเกินไป”

ยอมรับครับว่าบางครั้งก็ได้ผล ทำให้คุณได้ยอดขายที่ต้องการ

 

แต่อย่าลืมนะครับว่าจุดมุ่งหมายสูงสุดของนักขายระดับโลกนั้นไม่ใช่แค่อยากได้ยอดขาย

แต่เป้าหมายคือการทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจสูงสุดและเกิดการซื้อซ้ำรวมถึงบอกต่อต่างหาก

 

ดังนั้นการรีบปิดจนเกินไปก็อาจสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เกิดความกดดันขึ้น

ซึ่งการที่ลูกค้ารู้สึกกดดันนั้นเองคือสาเหตุอันดับต้นๆของการที่ปิดการขายไม่ได้หรือปิดได้แต่ไม่เกิดการซื้อซ้ำ

 

สิ่งที่คุณควรทำเพื่อไม่ให้การปิดการขายของคุณเร็วเกินจนกลายเป็นความกดดันคือ

  • ให้ทางเลือกกับลูกค้า เพราะนั่นจะทำให้เราดูเหมือนเป็นที่ปรึกษามากกว่าแค่เป็นเซลล์ขายของ
  • ให้เวลาลูกค้าในการตัดสินใจและไม่เร่งรัด
  • นัดหมายในการติดตามลูกค้า

 

นี่คือสิ่งที่จะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดนี้ได้

 

 

3. จิก VS ติดตาม

ข้อที่ผ่านมาได้พูดถึงเรื่องการติดตามลูกค้า

สิ่งนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆที่ทำให้นักขายระดับท๊อปประสบความสำเร็จ

 

อย่างไรก็ตาม มีนักขายหลายคนสับสนระหว่าง “จิก” กับ “ติดตาม”

กลายเป็นว่าการติดตามที่ว่านั้นยิ่งเพิ่มความกดดันให้กับลูกค้ามากกว่าเดิม

 

หลักง่ายๆคือ

  1. ต้องติดตามถึงแม้ลูกค้าจะยังไม่สนใจ
  2. ทุกครั้งที่วางแผนติดตามต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบล่วงหน้าว่าจะมีการติดตามเกิดขึ้น การที่ลูกค้ารู้ตัวก่อนจะทำให้เค้าเต็มใจที่จะถูกติดตามมากขึ้น
  3. การติดตามนั้นจะต้องมอบประโยชน์หรือช่วยอำนวยความสะดวกบางอย่างกับลูกค้า ไม่ใช่ตามเพื่อจะปิดการขายอย่างเดียว
  4. ความกระชั้นชิดในการติดตามขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ไม่ได้มีระยะเวลาตายตัว

 

สรุปคือความเข้าใจผิดของนักขายในข้อนี้ได้แก่

  • ไม่ควรตามลูกค้า – อันนี้ไม่ใช่ จริงๆต้องมีการติดตามอย่างสม่ำเสมอ
  • แต่การติดตามต้องทำให้ถูกวิธี ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นจิกลูกค้าเกิน

 

ถ้าแก้ไขในสองประเด็นนี้ได้ก็จะช่วยได้เยอะมากๆ

 

บทสรุป

นักขายส่วนใหญ่มีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับคาแรกเตอร์ของนักขายที่ดี

ทำให้พวกเค้าเผลอทำสิ่งที่ผิดพลาดและไม่สามารถก้าวขึ้นสู่ระดับท๊อปได้เสียที

 

ข้อแรกที่มักจะเข้าใจผิดกันคือการนำเสนอที่ลื่นไหล

แท้จริงแล้วสิ่งที่ถูกต้องคือการเน้นเรื่องถามคำถาม เน้นเรื่องตั้งใจฟัง และเน้นเรื่องการนำเสนอเฉพาะที่ตรงตามความต้องการต่างหาก

 

ข้อที่สองคือเรื่องการปิดการขาย บางคนเร่งจนเกินไปและกลายเป็นกดดันลูกค้า

และข้อสุดท้าย การติดตามนั้นเป็นสิ่งจำเป็น แต่ต้องบาลานซ์ให้ดีระหว่างตามกับจิก ไม่เช่นนั้นจะมีแต่ผลเสียเกิดขึ้น

 

นี่คือข้อผิดพลาดหลักๆที่นักขายหลายคนเข้าใจผิด

ลองดูนะครับว่านี่คือสิ่งที่คุณเองก็เข้าใจผิดเหมือนกันหรือไม่ ถ้าใช่ แนะนำให้ปรับแก้โดยด่วนครับ