บทความนี้สำหรับนักขายหน้าใหม่ที่กำลังไปเริ่มงาน

ในฐานะนักขายรุ่นพี่ มีสิ่งที่นักขายหน้าใหม่หลายคนทำผิดพลาดและอาจเป็นสาเหตุที่อาชีพสะดุดตั้งแต่หัววัน

 

แต่ในทางกลับกัน ถ้าเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดีและไม่เผลอทำผิดพลาดก็มีโอกาสฉลุย

ให้ประสบการณ์ตรงของเราเป็นตัวกระตุ้นเตือนในเรื่องบางเรื่องที่อาจเป็นแค่เส้นผมบังภูเขา

 

มาดูกันเลยครับว่าข้อแนะนำของพวกเรามีอะไรกันบ้าง

 

1) รอตั้งรับเรื่อง Lead

ทำความเข้าใจสั้นๆเรื่อง Lead กันก่อน

Lead คือกลุ่มฐานลูกค้าที่ใช้ติดต่อเพื่อเสนอขาย

 

Lead จะมีระดับความ Hot ที่แตกต่างกัน

ถ้า Hot สุดก็เช่นลูกค้าวิ่งเข้ามาหาที่โชว์รูมและแจ้งว่าอยากซื้อตอนนี้เลย

 

หรือลูกค้าทักเข้ามาและบอกสเปคสิ่งที่อยากซื้อพร้อมกับระบุว่าถ้ามีของก็พร้อมจ่ายเลยทันที

อันนี้คือ Hot ระดับเปรี้ยงปร้าง

 

แต่ถ้า Hot น้อยสุด (บางที่เรียก Cold Lead) คือเช่นเข้าไป search ชื่อใน Google และได้มาแต่เบอร์โทรศัพท์

จากนั้นต้องเริ่มต้นติดต่อใหม่หมดตั้งแต่โทรเข้าโอเปอเรเตอร์ สอบถามข้อมูลเบื้องต้น เช็คดูว่ามีความต้องการหรือไม่ ขอให้โอเปอเรเตอร์โอนสายไปที่คนตัดสินใจ พยายามทำนัด ฯลฯ

 

ประเด็นคือนักขายหน้าใหม่หลายคนคิดว่าหน้าที่ในการหา Lead มาให้คือเป็นของบริษัท พวกเค้าเพียงแต่นั่งรอเพื่อให้ Lead วิ่งมาหา

หรือหนักไปกว่านั้นคือบางคนนั่งลุ้นในระดับถึงขั้นคาดว่าบริษัทต้องมี Hot Lead ยื่นใส่มือเพื่อเตรียมปิดการขายเลย

 

เรื่องนี้คือความเข้าใจผิด

สิ่งที่ถูกต้องคือ “คุณต้องเตรียมหา Lead ของตัวเองตั้งแต่ก่อนเข้าไปเริ่มงานด้วยซ้ำ”

 

วางแผนสถานการณ์เสมือนหนึ่งไม่มีความช่วยเหลืออะไรใดๆทั้งสิ้น

ไม่มีฐานลูกค้าเก่าให้ ไม่มี Lead ให้ แต่ขณะเดียวกันคุณต้องเอาตัวรอดเองให้ได้

 

คิดวางแผนก่อนเลยว่า

  • ใครเป็นลูกค้ามุ่งหวังในอุดมคติ
  • จะไปหารายชื่อลูกค้าเหล่านั้นได้จากที่ไหน
  • จะใช้สคริปต์อย่างไรในการโทรเข้าไปทำนัดลูกค้าเหล่านั้น

 

นี่คือสิ่งแรกๆที่ผมแนะนำให้นักขายหน้าใหม่ทำครับ

 

2) เลือกคบเพื่อนผิด

ใช่แล้วครับ! นี่คือข้อผิดพลาดอีกข้อของนักขายหน้าใหม่ และผมย้ำว่าคุณควรวางแผนเตรียมตัวให้ดี

ฟังดูแล้วเหมือนไม่ใช่เรื่องซีเรียส แต่เชื่อหรือไม่ครับว่าถ้าคุณสะดุดจุดนี้ เผลอๆอาจมีโอกาสสะดุดยาว

 

อย่าเผลอเลือกคบเพื่อนผิดโดยเด็ดขาดโดยพาตัวเองให้ออกห่างคนเหล่านี้

  • คนที่คอยก่นด่าบริษัท เช่นราคาเราแพง การบริการก็ไม่ดี สินค้าก็งั้นๆ
  • คนที่โทษแต่ปัจจัยภายนอก เช่นขายไม่ได้เพราะเศรษฐกิจ ฟ้าฝน
  • อาศัยช่องว่างต่างๆของกฏเกณฑ์และทำงานไม่เต็มที่เช่น ไม่ต้องเข้าออฟฟิศเลยตื่น 10 โมงทุกวัน บ่าย 3 ก็กลับบ้านไม่หาลูกค้า
  • เอาแต่ต่อรองเช่นขอไม่ส่ง Sales Report ขอโทรหาลูกค้าโดยไม่ต้องไปเยี่ยม

 

คงไม่ต้องอธิบายเพิ่มนะครับว่าทำไมเราถึงไม่ควรเอาตัวเองไปอยู่ใกล้คนเหล่านี้

แน่นอนว่าไม่ใช่ให้เราทำตัวสวยเริ่ดเชิดหยิ่งและเลือกคบคน

 

ยิ่งถ้าเราเป็นน้องใหม่ก็ให้ไปมาลาไหว้สวัสดีทักทายทุกคนด้วยความนอบน้อม

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าให้เราต้องไปคลุกคลีกับคนคิดลบเหล่านั้น

 

อย่าเสียเวลากับการไปโฟกัสว่า “จะทำไม่ได้เพราะอะไร” แต่ให้เบนเข็มไปโฟกัสเรื่อง “ต้องทำอย่างไรจึงจะได้”

หันเหไปหาคนที่ทำได้ โทรหาพวกเค้าว่าทำอย่างไร ขอไปออกตลาดกับพวกเค้าดูว่าการคุยกับลูกค้าคุยแบบไหน

 

อย่าลืมว่าเราเป็นค่าเฉลี่ยของคน 5 คนที่เราคลุกคลีด้วยเป็นประจำ

เลือกเพื่อให้ถูก ไม่เช่นนั้นเพื่อนรอบตัวนี่แหละที่จะเป็นทรายถ่วงข้อเท้าที่ทำให้เราวิ่งไปข้างหน้าได้ไม่เร็วพอ

 

บทสรุป

แน่นอนว่ายังมีข้อผิดพลาดและข้อควรระวังอีกมากมายที่นักขายหน้าใหม่ต้องพึงตระหนัก

อย่างไรก็ตาม นี่คือ 2 ข้อเบสิคที่ส่วนใหญ่แทบจะเผลอทำผิดพลาดไป

 

ข้อแรก พวกเค้าไปเริ่มงานโดยไม่ได้คิดเรื่อง Lead เอาไว้ก่อน

กะว่าไปเริ่มก่อนแล้วค่อยดูทรงว่าบริษัทจะทำอย่างไรกับ Lead ลูกค้า

 

ซึ่งจริงๆแล้วเราสามารถเตรียมก่อนได้เลยแม้จะยังไม่เริ่มงานก็ตาม

ข้อสอง อย่ามองว่าการเลือกคบเพื่อนเป็นเรื่องเล็ก

 

ทราบหรือไม่ครับว่าทุกคนมีทรายถ่วงข้อเท้าอยู่โดยที่เราไม่รู้ตัว มากหรือน้อยแล้วแต่คน

บางครั้งทรายถ่วงข้อเท้าที่ทำให้เราเดินไปข้างหน้าช้าลงนั้นอาจมาในรูปแบบของการเลือกคบเพื่อนที่ผิดก็เป็นได้

 

ระวังในสองข้อที่ว่านี้ให้ดี

จุดเปลี่ยนของอาชีพคุณอาจจะมาจากประเด็นหลักๆที่ว่านี้ก็ได้ครับ